เมลาโทนิน

อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันของคุณมากเกินไป ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านร่างกายตัวเอง หรือรับประทานยากดภูมิคุ้มกันไม่ควรรับประทานเมลาโทนิน

แม้ว่าเมลาโทนินจะเป็นฮอร์โมนที่มีอยู่ในร่างกาย แต่การใช้อาหารเสริมที่มีเมลาโทนินเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ มวนท้อง วิตกกังวล หงุดหงิด หรืออาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าในระยะสั้นได้ ดังนั้นแพทย์จึงมักแนะให้ใช้เมลาโทนินในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

น้ำมันตับปลา
มีสารบางอย่างที่มีผลต่อการทำงานของเกล็ดเลือด โดยทำให้เกล็ดเลือดทำงานผิดปกติเหมือนกับยาแก้ปวดอย่างแอสไพริน ถ้าหากคุณรับประทานน้ำมันตับปลาเป็นเป็นประจำและจะต้องเข้ารับการผ่าตัด คุณควรบอกแพทย์ให้ละเอียดถึงการรับประทานยา และจะต้องหยุดยาก่อนเข้ารับการผ่าตัดประมาณ 10 วัน เพื่อให้เกล็ดเลือดตัวใหม่สมบูรณ์ เพื่อป้องกันอาการเลือดไหลไม่หยุดหรือออกมามากกว่าปกติ

          วิตามินดี (Vitamin D)

ควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกาย โดยเฉพาะเซลล์บริเวณลำไส้ เต้านม และต่อมลูกหมาก วิตามินดีจะช่วยควบคุมให้เซลล์เติบโตได้เป็นปกติ

 ควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย โดยมีหน้าที่อยู่ในกระบวนการผลิตอินซูลินที่ตับอ่อน ทำให้ผลิตอินซูลินออกมาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในร่างกาย

ควบคุมความดันโลหิตในร่างกาย ด้วยการลดการสร้างสารเรนิน (Renin) ในไตเพื่อควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงจนเกิดความผิดปกติ

5 วิตามิน และแร่ธาตุที่ร่างกายไม่ควรขาด

  •  วิตามินซี

ช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหาร ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน และทำให้แผลหายเร็วขึ้น อาหารที่มีวิตามินซีสูง ได้แก่ บร็อคโคลี่ มันฝรั่ง พริกหวาน ผักโขม มะละกอ มะม่วง สตรอเบอร์รี่ ฝรั่ง ส้ม
 

  •  วิตามินดี

ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมและป้องกันโรคที่เกี่ยวกับกระดูก โดยปกติร่างกายสามารถสังเคราะห์วิตามินดีได้เมื่อได้รับแสงแดด สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้รับแสงแดด ร่างกายอาจสร้างวิตามินดีได้ไม่เพียงพอ ควรรับประทานอาหารประเภทธัญพืช เห็ด และดื่มนมที่เสริมวิตามินดีเป็นประจำ
 

  • วิตามินเอ

ช่วยรักษาสายตาของผู้สูงวัยไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว ช่วยการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย แหล่งของวิตามินเอในอาหาร ได้แก่ ผักโขม แครอท มันเทศ ฟักทอง มะละกอ มะม่วงสุก
 

  • แคลเซียม

แคลเซียมช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุนและสร้างมวลกระดูกให้มีความหนาแน่น ผู้สูงอายุต้องการแคลเซียมอย่างน้อยวันละ 1,000 มิลลิกรัม อาหารที่เป็นแหล่งของแคลเซียม ได้แก่ นมถั่วเหลืองเพิ่มแคลเซียม นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม (เช่น โยเกิร์ต นมเปรี้ยวไม่หวานจัด) ถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง (เช่น ฟองเต้าหู้) ปลาตัวเล็กที่รับประทานได้ทั้งกระดูก (เช่น ปลาข้าวสาร) ผักใบเขียวเข้ม ผักสีส้ม (เช่น คะน้า กวางตุ้ง ตำลึง ใบยอ ฟักทอง แครอท)
 

  • วิตามินอี

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ดี ช่วยป้องกันเซลล์ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลาย วิตามินอีพบมากในอะโวคาโด ถั่วต่างๆ เมล็ดทานตะวัน เนยถั่ว งา และน้ำมันสำหรับปรุงอาหารทุกชนิด
 

เมลาโทนิน

อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันของคุณมากเกินไป ผู้ที่ป่วยเป็นโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านร่างกายตัวเอง หรือรับประทานยากดภูมิคุ้มกันไม่ควรรับประทานเมลาโทนิน

แม้ว่าเมลาโทนินจะเป็นฮอร์โมนที่มีอยู่ในร่างกาย แต่การใช้อาหารเสริมที่มีเมลาโทนินเป็นระยะเวลานานติดต่อกัน อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียง เช่น ปวดศีรษะ มวนท้อง วิตกกังวล หงุดหงิด หรืออาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าในระยะสั้นได้ ดังนั้นแพทย์จึงมักแนะให้ใช้เมลาโทนินในระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น

Multi 4 Oil

1.น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ซึ่งประกอบไปด้วยกรดไขมันสายกลาง 3 ชนิด สูงถึง 63% สามารถย่อยและเปลี่ยนไปเป็นพลังงานได้ทันที ไม่สะสมเป็นไขมันในร่างกาย จึงสามารถลดความอ้วนได้ เพิ่มไขมันชนิดดี HDL ช่วยให้หลอดเลือดสะอาดยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนดี
2.น้ำมันกระเทียมสกัดเย็น ประกอบไปด้วยสารสำคัญหลายชนิด เช่น กำมะถัน ซีลีเนียม สังกะสี เยอร์มาเนียม และอื่นๆ อีก 33 ชนิด
3.น้ำมันรำข้าวสกัดเย็น มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี ในกลุ่มโทโคฟิรอลประมาณ 19-40 % และกลุ่มโทโคไตรอีนอล 51-81 % และโอริซานอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินอี 6 เท่า ช่วยลดคลอเลสเตอรอล และไขมันชนิดไม่ดี LDL
4.น้ำมันงาขี้ม้อนสกัดเย็น มี Q10 และโอเมก้า 3 อยู่มากถึง 55-60% เมื่อรับประทานน้ำมันงาขี้ม้อน ซึ่งมีโอเมก้า 3 สูง เมื่อดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย จะเปลี่ยนเป็นสาร EPA และ DHA ซึ่งเป็นสารสำคัญต่อการสร้างเซลล์สมอง ป้องกันโรคความจำเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ ในวัยชรา มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน ช่วยให้เลือดไม่ข้นหนืด ระบบหมุนเวียนเลือดดี

EMERGEN-C

ปกติเราจะได้รับวิตามินซีจากอาหารที่เรากินกันอยู่ทุกวัน โดยเฉพาะผักและผลไม้ แต่สัดส่วนวิตามินซีที่เราได้จากอาหารทั่วไปอาจไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย โดยเฉพาะคนที่จำเป็นต้องรับวิตามินซีเพิ่มมากหน่อย คือตั้งแต่ 500 มิลลิกรัมขึ้นไป เช่น คนที่เป็นหวัดบ่อย ๆ มีอาการภูมิแพ้ คนที่มีเลือดออกตามไรฟัน เป็นลักปิดลักเปิด แพทย์จะให้กินวิตามินซีเสริม รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่ก็จำเป็นต้องกิน เพราะบุหรี่จะไปลดปริมาณวิตามินซีในร่างกาย เช่นเดียวกับหญิงตั้งครรภ์ คนที่เตรียมตัวผ่าตัด หรือเพิ่งฟื้นตัวจากการผ่าตัด ก็ควรได้รับวิตามินซีในปริมาณที่มากขึ้นช่วยให้การดูดซึมของอาหารเสริม ได้ดีมากขึ้น กว่าเดิม